วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟิลเตอร์ อุปกรณ์เสริมที่อยู่เคียงคู่กับช่างภาพมืออาชีพมาทุกยุคทุกสมัย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ยุคของภาพ Digital อย่างปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบัน ต้นศตวรรษที่ 21 เป็นยุคของภาพถ่าย Digital ในยุคซึ่งเทคโนโลยีก้าวไปไกลจากเดิมมาก เป็นยุคที่นักถ่ายภาพบางคน มีความเข้าใจว่า ฟิลเตอร์นั้นเป็นของล้าหลัง มีไว้ใช้กับกล้องฟิล์มสมัยโบราณเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะนำมาใช้กับกล้อง Digital เพราะหากว่าคุณภาพของไฟล์จากกล้อง Digital นั้นมีคุณภาพดีพอ กระบวนการ Post processing จะสามารถทำได้ทุกอย่าง ที่ฟิลเตอร์สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม นั่นคือความคิดและความเข้าใจของช่างภาพบางคนเท่านั้น ในขณะที่ช่างภาพมืออาชีพที่ผ่านยุคสมัยที่ใช้ฟิล์มมา หรือมือสมัครเล่นที่เป็น Advance user นั้นมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ว่า Filter นั้นยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่งในการถ่ายภาพ ยิ่งถ้าเป็นสถานการ์ณที่มีเวลา และสถานที่เป็นข้อจำกัดด้วยแล้ว Filter นั้นอาจจะเป็นอุปกรณ์ ที่สามารถช่วยชีวิตช่างภาพเอาไว้ก็เป็นได้

โดยทั่วไปในการจะรีดคุณภาพสูงสุดให้กับภาพถ่าย นอกจากจะต้อง ปฏิบัติตามหลักพื้นฐานการถ่ายภาพอย่างเคร่งครัดแล้ว ช่างภาพในยุค Digital จะคาดหวังถึงคุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้ด้วย เพื่อให้สามารถนำไปผ่านกระบวนการ post processing โดยคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพ ซึ่งในกระบวนการนี้ ช่างภาพสามารถเพิ่ม Effect ต่างๆให้กับรูปภาพได้ แต่ก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถ จะทำได้อย่างง่ายดายนัก อย่างเช่น “การดึงรายละเอียดของส่วนสว่างให้กลับมา ถ้าภาพถ่ายออกมาติดโอเวอร์ในส่วนนั้นแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะดึงรายละเอียดกลับมาได้ เพราะรายละเอียดส่วนนั้น ไม่ได้มีในไฟล์ภาพมาตั้งแต่ต้น” หรือว่า “การสร้าง Effect ให้สายน้ำนุ่มพริ้วเป็นสาย ในขณะที่แสงแดดจัด” หากไม่ได้ใช้ Filter ช่วยแล้ว คนทำภาพ ก็คงต้องเหงื่อตกกันหน่อยละ

การใช้ Filter เข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จุดประสงค์ที่นำฟิลเตอร์มาใช้ เพื่อเปลี่ยนสภาวะของแสง ก่อนที่จะถูกส่งผ่านเข้าไปในตัวเลนส์ นิยมใช้เสริม ในสภาวะที่สภาพแสงที่ไม่อำนวย หรือเพื่อเติมเต็มจินตนาการของช่างภาพ ในการรังสรรค์ภาพถ่าย ให้ออกมาได้ดังที่วาดไว้ ไม่ว่าจะเป็นฟิลเตอร์สีต่างๆ ที่ช่วยย้อมสีของภาพ ฟิลเตอร์บางชนิดช่วยขับสีให้อิ่มขึ้น ตัดแสงสะท้อน หรือบางประเภทไม่ได้มีผลต่อสภาพแสง แต่มีไว้ช่วยปกป้องหน้าเลนส์

ความสำคัญของภาพถ่าย เพราะภาพถ่ายเป็นภาษาสากลประกอบกับปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพได้ พัฒนาก้าวไกลไปมาก การถ่ายภาพจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ภาพถ่ายจึงเข้ามามีบทบาทอย่าง สำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์ นับแต่ตื่นนอนจนเข้านอนอีกครั้ง ทั้งยังมีอิทธิพลต่อการดำรง ชีวิต ต่อแนวคิด สร้างประชามติให้เกิดขึ้นในสังคม เฉพาะอย่างยิ่งการเป็นตัวชี้นำให้คนมีความเห็น ไปในทิศทางเดียวกันกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อผู้พบเห็นแล้ว เกิดความรู้สึกหรือ อารมณ์ร่วมได้ การถ่ายภาพจึงมีประโยชน์อย่างมหาศาลกับสังคมโลกปัจจุบัน ซึ่งอาจจะสรุปอย่าง กว้าง ๆ ได้ดังนี้

1. เป็นสื่อในการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง ตามความหมายนี้หมายถึงเฉพาะการ ใช้ภาพถ่ายในการสื่อความหมายเพื่อบอกหรืออธิบายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเป็นไป ตาม ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้น อาจเป็นภาพในหน้าหนังสือพิมพ์ วารสาร ที่เสนอข่าว หรือเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ดูได้เข้าใจ รวมไปถึงภาพในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ภาพวัสดุอุปกรณ์ กลไกต่าง ๆ ที่ ต้องการสื่อให้เห็นรูปร่าง ลักษณะที่ถูกต้อง หรือแม้แต่ภาพที่ใช้ในวงการศึกษา ที่มีจุดมุ่งหมายใหญ่เพื่อ ให้ผู้ดูรู้และเข้าใจเพิ่มมากขึ้นกว่าการอ่าน เช่น ภาพขั้นตอนการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่สลับซับซ้อน ภาพถ่าย X-ray ที่ใช้ในวงการแพทย์ หรือภาพถ่ายที่ใช้การตัดสินเกมกีฬาที่ไม่สามารถตัดสินผลได้ด้วย ตาเปล่า อาจเนื่องจากเข้าเส้นชัยพร้อมกันหรือสูสีกันมาก

2. เป็นการบันทึกข้อมูลเรื่องราว เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นการถ่ายทอด ข้อมูล ซึ่งบางครั้งอาจจัดเก็บในลักษณะของไมโครฟิล์ม ภาพถ่ายในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการ สืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของคนในสังคมและเป็นประโยชน์ต่อการสืบค้นเรื่องราว ต่างๆ ในวงการศึกษา เช่นภาพวัด ปราสาท ราชวัง สถานที่ บุคคลสำคัญ เหตุการณ์สำคัญ หนังสือต่างๆ เรามักพบเห็นภาพถ่ายในลักษณะนี้จากนิทรรศการภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์

3. เป็นการสื่อความหมายในแง่ของความบันเทิง ภาพถ่ายประเภทนี้เป็นภาพที่แสดง ความสวยงาม เช่นภาพดอกไม้ วิวทิวทัศน์ สถานที่ ภาพบันทึกการท่องเที่ยว ภาพถ่ายครอบครัว เรื่องราว ที่สนุกสนานพึงพอใจ ปัจจุบันมีการใช้ภาพเป็นสื่อเพื่อความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งวารสาร นิตยสารหนังสือพิมพ์ โปสเตอร์เชิญชวน สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ แม้กระทั่งการพิมพ์ภาพถ่ายลง ในบรรจุภัณฑ์ ต่าง ๆ รวมไปถึง วีดิโอ ที่ดูจากโทรทัศน์เป็นประจำและภาพยนตร์ทั่วไปล้วนแต่เป็นรูปแบบของการใช้ภาพ ในการสื่อความหมายโดยเฉพาะในแง่ของความบันเทิง

4. เป็นการสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดของบุคคล ภาพถ่ายในลักษณะนี้เป็นภาพศิลป์ ที่มีคุณค่า ซึ่งช่างภาพผู้ถ่ายพยายามที่จะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของตนเองให้ผู้ดูภาพเกิดอารมณ์และ ความรู้สึกคล้อยตามที่ช่างภาพต้องการ ผู้ถ่ายภาพจะพยายามหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในลักษณะการให้ ข้อมูลจริง หากมุมมองภาพที่เป็นจริงดูไม่สวยงามไม่สื่อความรู้สึกทางอารมณ์ที่ต้องการ ช่างภาพจะ พยายามเลือกมุมอื่น หรือรอจังหวะเวลาให้ได้ภาพที่ต้องการ การถ่ายภาพประเภทนี้ ผู้ถ่ายจะต้องเป็น ผู้ที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความพยายามอย่างมาก

จะเห็นได้ว่าช่างภาพกับการถ่ายภาพนั้นมีความสำคัญมากขึ้น และในปัจจุบันช่างภาพก็นำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ในการถ่ายภาพมากขึ้น เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูสวยและสามารถสะท้อนมุมมองของภาพนั้นได้ด้วย

การถ่ายภาพ เป็นศาสตร์และศิลป์แขนงหนึ่งที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญทางศิลปะบวกกับอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการถ่ายภาพ ซึ่งมีการแข่งขันและพัฒนาตลอดเวลา ในขณะเดียวกันการถ่ายภาพ ก็เป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบธุรกิจอื่นๆ ประชาชนหันมาให้ความสนใจการถ่ายภาพ จึงก่อให้เกิดห้องภาพและแล็บสีขึ้นมากมาย ธุรกิจการถ่ายภาพเติบโตขยายตัวอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในการถ่ายภาพในยุคปัจจุบันเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมกับ เทคโนโลยีประเภท ดิจิตอล (DIGITAL) ไม่ว่าจะเป็นความเจริญก้าวหน้าด้านกล้องถ่ายรูป หรืออุปกรณ์ประกอบ ชนิดต่าง ๆ รวมถึง ฟิล์มที่ใช้บันทึกภาพ ก็ได้พัฒนาขึ้น เพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพ จนถึงขนาดที่บันทึกภาพ โดยไม่ต้องอาศัยฟิล์มก็เกิดขึ้นแล้ว

บทความทางด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพในประเภทต่าง ๆ ที่คุณจะได้พบเห็นอยู่เป็นประจำ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อผู้ถ่ายจะได้สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสม และถูกต้องกับงานของผู้ถ่ายเอง และเป็นการวางแผน ถึงอุปกรณ์ที่คิดจะจัดซื้อหามาเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป ได้แก่ ในเรื่องของ กล้องถ่ายภาพประเภท 3 มิติ การบันทึกฟิล์มถ่ายภาพลงใน PHOTO CD หรือกล้องที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการถ่ายภาพ คือ กล้องระบบ DIGITAL และกล้องในระบบฟิล์ม APS รวมถึงฟิล์มระบบ APS ด้วย

การแสดงผลและพิมพ์ภาพดิจิตอล การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล (Digital camera) ซึ่งมีการบันทึกภาพด้วยระบบหน่วยความจำ(Memory) สามารถแสดงผล หรือการชมภาพที่ถ่าย หรือการพิมพ์ภาพลงบนวัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ พลาสติก ผ้า ฯลฯ มีหลายวิธีด้วยกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้

การแสดงผลภาพถ่าย การบันทึกภาพด้วยกล้องดิจิตอล สามารถเลือกรูปแบบการแสดงรูปภาพได้หลายรูปแบบ เช่น

1.แสดงภาพด้วยจอ LCD (Liquid crystal display) หรือ จอภาพผลึกเหลว เป็นจอภาพ ระบบดิจิตอลขนาดเล็ก ที่ติดมากับตัวกล้อง สามารถแสดงผลในลักษณะของภาพกราฟิก ที่สามารถแสดงผลภาพ ที่บันทึกได้ทันที กล้องบางรุ่นยังสามารถ ตกแต่งภาพได้ในตัวกล้อง

2. ต่อเชื่อมสัญญาณภาพกับเครื่องรับโทรทัศน์ กล้องดิจิตอลบางรุ่น สามารถต่อสัญญาณ AV เข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ การชมจะต้องเป็นสัญญาณดิจิตอลเพียงอย่างเดียว เพื่อชมภาพได้จอขนาดใหญ่ สามารถชมได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว (Motion picture)

3. ต่อเชื่อมสัญญาณภาพกับเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นการต่อเชื่อมสัญญาณจากกล้องเข้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และสามารถชมภาพได้ทางจอภาพ (Monitor) ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผ่านระบบการทำงานของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับตกแต่งภาพ เช่น Adobe PhotoShop

4. กรอบภาพอิเล็คทรอนิกส์ ในช่วงต้นปี ค.ศ.2000 หรือ พ.ศ. 2543 บริษัท โซนี่ ได้ผลิตกรอบภาพ ที่มีจอ LCD และมีช่องเสียบการ์ดที่เรียกว่า Memory Stick ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพจากกล้องดิจิตอล โดยกรอบภาพ นี้จะสามารถแสดงรูปถ่าย และสามารถเลื่อนเปลี่ยนภาพที่บันทึกออกแสดงทางกรอบภาพได้อย่างคมชัด

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงภาพในรูปแบบอื่น ๆ อีก ซึ่งผู้ผลิตแต่ละบริษัทได้พยายามพัฒนารูปแบบที่ทันสมัย และสะดวกต่อผู้ใช้ เช่น การฉายจอขนาดใหญ่ด้วยเครื่องฉาย LCD Projector เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก หรือนาฬิกาข้อมือ ที่สามารถบันทึกภาพ และแสดงภาพทางหน้าปัทม์นาฬิกาซึ่งผู้ใช้ต้อง ศึกษาลักษณะของการนำเสนอ แต่ละประเภทเพื่อประยุกต์ ใช้ให้เกิด ประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด

เทคโนโลยีการถ่ายภาพได้ถูกพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ แต่หลักการพื้นฐานนั้นยังคงเดิม

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com