ในโลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการถ่ายภาพได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนเราก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดในเรื่องของการใ ช้ฟิล์มถ่ายภาพ ไปสู่ยุคแห่งการครอบงำของระบบดิจิตอลกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกแห่งการถ่ายภาพจากฟิล์มสู่ดิจิตอลเป็นพลวัตหลักที่ขับเคลื่อนให้ค่านิยมทางวัตถุ วัฒนธรรมของเทคโนโลยีการสื่อสาร และการแสดงออกทางความคิดของมนุษย์ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นวัตกรรมดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในการถ่ายภาพสามารถเข้าถึงศาสตร์ของการถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

ในอดีต กว่าจะได้ภาพถ่ายมาสักภาพหนึ่งต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ตั้งแต่การโหลดฟิล์มลงกล้อง การถ่ายภาพด้วยจำนวนฟิล์มที่จำกัด ไปจนถึงการล้างฟิล์มและอัดภาพในห้องมืด ในขณะที่ทุกวันนี้ ผู้ถ่ายภาพสามารถใช้ memory card หรือการ์ดหน่วยความจำขนาดจิ๋วเพียงแผ่นเดียวในการถ่ายภาพ โดยไม่ต้องใส่ใจกับวันหมดอายุของฟิล์มหรือจำนวนม้วนฟิล์มที่ต้องหอบหิ้วไปด้วยในแต่ละวัน แถมกล้องระบบดิจิตอลยังสามารถรองรับหน่วยความจำได้สูง เอื้อให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้เป็นร้อยเป็นพันด้วยการ์ดหน่วยความจำเพียงแผ่นเดียว ขั้นตอนการรังสรรค์ภาพถ่ายที่สะดวกรวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัดถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับตากล้องมือสมัครเล่น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายของช่างภาพมืออาชีพจำนวนไม่น้อย ยิ่งในเวลานี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพในตลาดการแข่งขันไม่ได้มีเพียงกล้อง DSLR จากบริษัทผู้ค้ากล้องชั้นนำเท่านั้น ค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Nokia iPhone หรือ BlackBerry ต่างก็พยายามแข่งกันพัฒนาฟังก์ชั่นในการถ่ายภาพของ smartphone แบบเรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร กล้องระบบดิจิตอล ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของสื่อชนิดใดก็ตามเอื้อให้ผู้ใช้สามารถลองผิดลองถูกด้วยการหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วลบจนกว่าจะได้ภาพ ที่สวยงามถูกใจโดยไม่ต้องลงทุนกับฟิล์ม

อย่าลืมว่า หัวใจหลักของการถ่ายภาพคือการหยุดช่วงเวลาหนึ่งไว้เพื่อนำมาถ่ายทอดตามวัตถุประสงค์ ความรู้สึกนึกคิด และมุมมองของผู้กดชัตเตอร์ เรื่องราวผ่านเลนส์จึงมิได้จำกัดอยู่แค่ในกรอบสี่เหลี่ยมของภาพถ่ายที่เป็นผลผลิตของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือและการประสานเชื่อมโยงที่ยิ่งใหญ่ระหว่างผู้ส่งสาร ตัวสารที่ถูกคมชัตเตอร์บันทึก และผู้บริโภคสารซึ่งอาจมีจำนวนตั้งแต่หนึ่ง ไปจนถึงบุคคลกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

มืออาชีพตัวจริงคือผู้ที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างทักษะด้านเทคโนโลยีและการ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองในการถ่ายภาพ ไม่ใช่ด้วยความอัจฉริยะของโปรแกรมดิจิตอล ความรุดหน้าของเทคโนโลยีอาจเป็นเครื่องทุ่นแรงและทำเรื่องยากทางเทคนิคให้ง่ายขึ้น ซึ่งยกระดับมาตรฐานการทำงานและคุณภาพของผลงานแบบมืออาชีพให้สูงขึ้น ถ้าการถ่ายภาพคือการหยุดเวลา ความก้าวหน้าในการพัฒนากล้องหรืออุปกรณ์ก็เพื่อเอื้อให้โอกาสหยุดเวลาเป็นไปตามต้องการยิ่งขึ้น ศาสตร์การถ่ายภาพมืออาชีพไม่ได้กำลังเสื่อมหายไป แต่กำลังเปลี่ยนไป ช่างภาพมืออาชีพต้องเปิดกว้างรับรู้ เรียนรู้และขยายขอบเขตในการทำงานให้กว้างขึ้นไปพร้อมกับมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อที่จะก้าวให้ทันโลกของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ถ้าจะมองย้อนกลับไป เทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพก็ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุดนิ่ง และได้เปลี่ยนโลกของการถ่ายภาพมาทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่โจเซฟ นิเซเฟอร์ เนียพเซ่ ชาวฝรั่งเศส บุกเบิกการถ่ายภาพด้วยกล้องออบสคิวราเป็นครั้งแรกในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 แล้ว จากอดีตสู่ปัจจุบัน ผลงานระดับมืออาชีพไม่เคยเป็นผลพวงของความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการหลอมรวมกันระหว่างศักยภาพของเครื่องมือและทัศนวิสัยที่แหลมคมเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ที่จะช่วยแยกความเป็นมือสมัครเล่นออกจากมืออาชีพได้อย่างมีชั้นเชิง

ในปัจจุบันสื่อใหม่เข้ามามิอิทธิพลมากมาย ไม่เว้นแม้แต่การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สื่อใหม่ทำให้ผู้ใช้มีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้นและยังกระตุ้นให้ผู้นำเสนอเนื้อหาให้เร่งผลิตเนื้อหาและคิดวิธีการใช้ช่องทางใหม่เหล่านี้เพื่อให้สามารถเข้าถึงผู้รับสารได้มากขึ้นและสามารถหาช่องทางใหม่ๆในการนำเสนอเรื่องราวออกไปในอดีตช่างภาพและนิตยสารจะร่วมมือกันเพื่อสร้างและนำเสนอผลงาน แต่ในปัจจุบันสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ฟรีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ช่างภาพจึงควรปรับตัวรับสถานการณ์นี้มากกว่าที่จะกลัวว่าจะถูกขโมยผลงานไปใช้ ช่างภาพควรศึกษาวิธีประยุกต์ใช้สื่อเหล่านี้เพื่อเพิ่มช่องทางหรือใช้เทคนิคใหม่ๆเพื่อช่วยนำเสนอมิติหรือมุมมองที่อาจมีมากกว่าหนึ่งจึงก่อตั้งขึ้นเป็นเวทีที่ให้ช่างภาพเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวคิดและวิธีการนำสื่อใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้กับงานโดยเฉพาะในเรื่องของการนำเสนอผลงานและการสร้างวิธีการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ ช่วยกระตุ้นในช่างภาพตื่นตัวที่จะเรียนรู้ ค้นคว้าทดลองการทำงานกับสื่อใหม่

การใช้สื่อใหม่ไม่ใช่เพื่อให้มีผู้เห็นผลงานของช่างภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นทางเลือกใหม่ๆในการเล่าเรื่องโดยเฉพาะในประเด็นที่ภาพถ่ายอาจทำได้ไม่เต็มที่ เธอกล่าวว่ามันอาจเป็นไปได้ที่จะทำอะไรมากกว่าการถ่ายภาพ ชมภาพและการแบ่งปันในโลกสังคมออนไลน์ เช่น อาจก่อให้เกิดการเข้าร่วมจากภาคสังคมในระยะยาวและยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้มีแค่ช่างภาพที่เข้าร่วมเท่านั้น แต่ยังมีบุคลากรในวงการภาพยนตร์ ศิลปะและการออกแบบเข้าร่วมเพื่อก่อให้เกิดการทดลองใหม่ๆที่ไม่ติดแค่กรอบการทำงานเดิมๆสื่อใหม่ยังไม่ได้ส่งผลแค่วิธีการนำเสนอเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเรื่องที่จะถูกเลือกมานำเสนอ ในอดีตนิตยสารและหนังสื่อพิมพ์จะเป็นผู้กำหนดว่าประเด็นใดควรจะเล่าออกไปหรือไม่ควร แต่เมื่อสื่อใหม่เข้ามาเรื่องบางเรื่องที่ถูกมองข้ามก็อาจถูกยกมาเล่าได้มากยิ่งขึ้น ในการใช้สื่อใหม่ช่างภาพอาจต้องทำงานโดยไม่มีนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ช่วยเรื่องงบประมาณแต่อาจใช้ช่องทางการระดมทุนออนไลน์ เช่น kickstarter เข้ามาช่วยแทน ซึ่ง Photography, Expanded เองก็กำลังพยายามหาโครงสร้างที่สามารถช่วยเหลือช่างภาพในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น


เคยสงสัยไหมว่าที่ผ่านมาเราใช้ประโยชน์จากกล้องสมาร์ทโฟนของคุณได้สูงสุดหรือไม่ และมีอะไรที่มากไปกว่าการใช้ filters ที่จะทำให้รูปภาพของคุณดูดีกว่าความเป็นจริงหรือเปล่า เทคนิควิธีการถ่ายภาพแบบมืออาชีพด้วยกล้องสมาร์ทโฟน ให้ฟัง  ผู้คนไม่เข้าใจและไม่เชื่อว่า ภาพจากกล้องมือถือ จะให้โอกาสที่ดีแก่ช่างภาพและกล่าวเสริมอีกว่า มันเป็นยุคทอง

เคล็ดลับในการถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือ
1. ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับแสง การถ่ายภาพในที่ที่มีแสงเหมาะสม อย่างช่วงรุ่งเช้า และช่วงก่อนค่ำ จะมีศักยภาพสำหรับภาพที่ดูน่าเบื่อให้สวยงามขึ้นได้
2. ห้ามใช้ฟังก์ชั่นการซูมจากมือถือ ถ้าเป็นครั้งแรกที่ใช้ เป็นไปได้ว่าจะมีความผิดพลาดและให้ภาพที่แย่เกิดขึ้นได้ ถ้าอยากได้ภาพที่ใกล้ขึ้น ให้ซูมภาพด้วยเท้าของคุณ เดินเข้าไปใกล้ๆ ให้มากขึ้นเพื่อคุณภาพรูปที่ดี
3. การล็อกค่ารับแสงและโฟกัส ภาพถ่ายของคุณจะดีขึ้น 100 % ด้วยตัวกล้องของคุณโดยการแตะค้างที่หน้าจอเพื่อตั้งค่าการรับแสงเมื่อกดชัตเตอร์ 1 ครั้งจะมีการ ล็อกค่าและโฟกัส นอกจากนี้ยังมีแอพหลายตัวที่สามารถแยกการตั้งค่าการรับแสงและโฟกัสได้
4. เสียงเรียกร้องที่ดังออกมาจากข้างใน คุณสามารถใช้เวลา 1 วันเต็มๆในการถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว ถ้าเสียงเรียกร้องภายในของคุณพูดว่า “ฉันต้องการถ่ายรูป”
5. edit edit และ edit จงยับยั้งใจที่จะแชร์ทุกภาพที่มีอยู่ของคุณ เลือกโพสเฉพาะภาพที่ดีที่สุดแล้วผู้ที่ชื่นชมภาพของคุณจะมีมากขึ้น “พวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะเห็นทั้ง เด็กที่น่าเกลียดทั้ง 10000 คนของคุณ “แต่ “ฉันพยามที่จะเลือกสิ่งที่น่าเกลียดน้อยที่สุด” ซึ่งมันยากที่จะเลือกและเป็นอะไรที่ส่วนตัวมาก
6. ความสามารถทางเทคนิคไม่สามารถวัดได้ คุณต้องหมั่นฝึกฝนและใช้พลังในการสังเกต การเรียนรู้ในการมองและเห็นให้ลึกขึ้น
7. filter ไม่สามารถแทนที่ตาที่ดีของคุณได้ “คุณยังต้องการความเป็นพื้นฐาน” มองหาโอกาส แสง และ วัตถุ ถ้าคุณต้องการที่จะเพิ่ม สีซีเปีย , ดำ , ขาว หรืออื่นๆ ควรมาเลือกภายหลัง (โดยใช้แอพพวก Instagram หรืออื่นๆ ) ไม่เป็นไร แต่ควรจำไว้ว่า “ไม่ว่าคุณจะทาลิปสติกให้หมู ยังไงมันก็คือหมูอยู่ดี” คล้ายกับสำนวนไทยที่ว่า “กายังไงก็เป็นกา ไม่มีวันเป็นหงส์ได้ ” แต่ถ้ามันเป็นการทำเพื่อการสื่อสาร เขาก็จะทำ แต่หลังจากนั้นถ้าต้องการก็เอา filter ออก
8. การถ่ายภาพจากระดับสะโพกจะให้ภาพ candid ที่ดีกว่า การถือโทรศัพท์ไว้ที่ระดับสะโพกและกดถ่ายไปเรื่อยๆ เพื่อนๆและครอบครัวของคุณจะไม่รู้ตัวว่าคุณกำลังบันทึกภาพพวกเขาอยู่ แต่ถ้ามีการรู้ตัวซักนิดนึง ความเป็นธรรมชาติก็จะลดน้อยลง และจะทำให้ได้ภาพที่ไม่ดีได้ ซึ่งเมื่อคุณได้ภาพที่ดีแม้เพียงภาพเดียวก็เพียงพอที่จะนำไปภูมิใจเสนอให้ใครต่อใครเห็นได้
9. ให้เป้าหมายและ deadlines กับตัวเอง ลองถ่ายภาพ 20 ภาพจากวัตถุงเพียง 1 ชิ้นด้วยมุมที่แตกต่างกันออกไป จะทำให้มองเห็นโลกที่แตกต่างกัน แม้จะเป็เพียงการเดินไปรอบๆชามผลไม้บนโต๊ะในครัวของคุณ คุณลองสังเกตแสงที่ออกมาจากมุมต่างๆ จะให้ความรู้สึกของภาพแตกต่างกันไป
10. คุณต้องรู้สึกถึงสิ่งที่คุณต้องการ ก่อนที่คุณจะเห็นมัน โดยการทำรายชื่อสิ่งที่คุณต้องการที่จะถ่ายในวันนี้ และ ออกค้นหาพวกเขา Hernandezบอกว่าถ้าคุณรู้ถึงการทำงานของผมแล้ว คุณจะรู้ว่าอันดับแรกในรายการของผมมักจะเป็นผู้ชายในหมวก fedoras หรือ อะไรก็ได้ที่สวมหมวก
11. ศึกษาช่างภาพคนอื่นๆ โดยการใช้เวลาและจำนวนเงินอันน้อยนิดในการหาเวลาไปดูภาพ ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้ความต่ำต้อยของตัวเองดีขึ้น เช่นภาพของช่างถ่ายภาพคนโปรด มีความสุขที่จะเห็นภาพในแนวที่เราชื่นชอบ ภาพใน instagram หรือภาพของบรรดาเพื่อนๆ ของเรา
12. พร้อมอยู่เสมอ คุณต้องแน่ใจคุณพร้อมเมื่อความคืดและใจคุณพูดว่า “ถ่าย” คุณจะต้องไม่มีข้องอ้างแก้ตัวว่า โอ้!! กล้องฉันยังอยู่ในกระเป๋าอยู่เลย หรือ ฉันไม่ได้เอากล้องมาเพราะฉันแบกมันไปตลอดเวลาไม่ไหว และนี่คือสิ่งที่ทำให้รักการถ่ายภาพด้วยมือถือ เพราะว่า มือถืออยู่กับตัวเราตลอดเวลา

ในโลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการถ่ายภาพได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนเราก้าวข้ามพ้นข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ฟิล์มถ่ายภาพ ไปสู่ยุคแห่งการครอบงำของระบบดิจิตอลกันแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกแห่งการถ่ายภาพจากฟิล์มสู่ดิจิตอลเป็นพลวัตหลักที่ขับเคลื่อนให้ค่านิยมทางวัตถุ วัฒนธรรมของเทคโนโลยีการสื่อสาร และการแสดงออกทางความคิดของมนุษย์ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย นวัตกรรมดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจในการถ่ายภาพสามารถเข้าถึงศาสตร์ของการถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

ในอดีต กว่าจะได้ภาพถ่ายมาสักภาพหนึ่งต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ตั้งแต่การโหลดฟิล์มลงกล้อง การถ่ายภาพด้วยจำนวนฟิล์มที่จำกัด ไปจนถึงการล้างฟิล์มและอัดภาพในห้องมืด ในขณะที่ทุกวันนี้ ผู้ถ่ายภาพสามารถใช้ memory card หรือการ์ดหน่วยความจำขนาดจิ๋วเพียงแผ่นเดียวในการถ่ายภาพ โดยไม่ต้องใส่ใจกับวันหมดอายุของฟิล์มหรือจำนวนม้วนฟิล์มที่ต้องหอบหิ้วไปด้วยในแต่ละวัน แถมกล้องระบบดิจิตอลยังสามารถรองรับหน่วยความจำได้สูง เอื้อให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้เป็นร้อยเป็นพันด้วยการ์ดหน่วยความจำเพียงแผ่นเดียว ขั้นตอนการรังสรรค์ภาพถ่ายที่สะดวกรวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัดถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับตากล้องมือสมัครเล่น แต่ในทางกลับกัน ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายของช่างภาพมืออาชีพจำนวนไม่น้อย ยิ่งในเวลานี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพในตลาดการแข่งขันไม่ได้มีเพียงกล้อง DSLR จากบริษัทผู้ค้ากล้องชั้นนำเท่านั้น ค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Nokia iPhone หรือ BlackBerry ต่างก็พยายามแข่งกันพัฒนาฟังก์ชั่นในการถ่ายภาพของ smartphone แบบเรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใคร กล้องระบบดิจิตอล ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของสื่อชนิดใดก็ตามเอื้อให้ผู้ใช้สามารถลองผิดลองถูกด้วยการหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายแล้วลบจนกว่าจะได้ภาพ ที่สวยงามถูกใจโดยไม่ต้องลงทุนกับฟิล์ม

มืออาชีพตัวจริงคือผู้ที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างทักษะด้านเทคโนโลยีและการ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองในการถ่ายภาพ ไม่ใช่ด้วยความอัจฉริยะของโปรแกรมดิจิตอล ความรุดหน้าของเทคโนโลยีอาจเป็นเครื่องทุ่นแรงและทำเรื่องยากทางเทคนิคให้ง่ายขึ้น ซึ่งยกระดับมาตรฐานการทำงานและคุณภาพของผลงานแบบมืออาชีพให้สูงขึ้น ถ้าการถ่ายภาพคือการหยุดเวลา ความก้าวหน้าในการพัฒนากล้องหรืออุปกรณ์ก็เพื่อเอื้อให้โอกาสหยุดเวลาเป็นไปตามต้องการยิ่งขึ้น ศาสตร์การถ่ายภาพมืออาชีพไม่ได้กำลังเสื่อมหายไป แต่กำลังเปลี่ยนไป ช่างภาพมืออาชีพต้องเปิดกว้างรับรู้ เรียนรู้และขยายขอบเขตในการทำงานให้กว้างขึ้นไปพร้อมกับมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อที่จะก้าวให้ทันโลกของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับฟิลเตอร์ อุปกรณ์เสริมที่อยู่เคียงคู่กับช่างภาพมืออาชีพมาทุกยุคทุกสมัย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ยุคของภาพ Digital อย่างปัจจุบัน

ในยุคปัจจุบัน ต้นศตวรรษที่ 21 เป็นยุคของภาพถ่าย Digital ในยุคซึ่งเทคโนโลยีก้าวไปไกลจากเดิมมาก เป็นยุคที่นักถ่ายภาพบางคน มีความเข้าใจว่า ฟิลเตอร์นั้นเป็นของล้าหลัง มีไว้ใช้กับกล้องฟิล์มสมัยโบราณเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะนำมาใช้กับกล้อง Digital เพราะหากว่าคุณภาพของไฟล์จากกล้อง Digital นั้นมีคุณภาพดีพอ กระบวนการ Post processing จะสามารถทำได้ทุกอย่าง ที่ฟิลเตอร์สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม นั่นคือความคิดและความเข้าใจของช่างภาพบางคนเท่านั้น ในขณะที่ช่างภาพมืออาชีพที่ผ่านยุคสมัยที่ใช้ฟิล์มมา หรือมือสมัครเล่นที่เป็น Advance user นั้นมีความเข้าใจเป็นอย่างดี ว่า Filter นั้นยังเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่งในการถ่ายภาพ ยิ่งถ้าเป็นสถานการ์ณที่มีเวลา และสถานที่เป็นข้อจำกัดด้วยแล้ว Filter นั้นอาจจะเป็นอุปกรณ์ ที่สามารถช่วยชีวิตช่างภาพเอาไว้ก็เป็นได้

โดยทั่วไปในการจะรีดคุณภาพสูงสุดให้กับภาพถ่าย นอกจากจะต้อง ปฏิบัติตามหลักพื้นฐานการถ่ายภาพอย่างเคร่งครัดแล้ว ช่างภาพในยุค Digital จะคาดหวังถึงคุณภาพของไฟล์ภาพที่ได้ด้วย เพื่อให้สามารถนำไปผ่านกระบวนการ post processing โดยคงไว้ซึ่งคุณภาพของภาพ ซึ่งในกระบวนการนี้ ช่างภาพสามารถเพิ่ม Effect ต่างๆให้กับรูปภาพได้ แต่ก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถ จะทำได้อย่างง่ายดายนัก อย่างเช่น “การดึงรายละเอียดของส่วนสว่างให้กลับมา ถ้าภาพถ่ายออกมาติดโอเวอร์ในส่วนนั้นแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะดึงรายละเอียดกลับมาได้ เพราะรายละเอียดส่วนนั้น ไม่ได้มีในไฟล์ภาพมาตั้งแต่ต้น” หรือว่า “การสร้าง Effect ให้สายน้ำนุ่มพริ้วเป็นสาย ในขณะที่แสงแดดจัด” หากไม่ได้ใช้ Filter ช่วยแล้ว คนทำภาพ ก็คงต้องเหงื่อตกกันหน่อยละ

การใช้ Filter เข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด จุดประสงค์ที่นำฟิลเตอร์มาใช้ เพื่อเปลี่ยนสภาวะของแสง ก่อนที่จะถูกส่งผ่านเข้าไปในตัวเลนส์ นิยมใช้เสริม ในสภาวะที่สภาพแสงที่ไม่อำนวย หรือเพื่อเติมเต็มจินตนาการของช่างภาพ ในการรังสรรค์ภาพถ่าย ให้ออกมาได้ดังที่วาดไว้ ไม่ว่าจะเป็นฟิลเตอร์สีต่างๆ ที่ช่วยย้อมสีของภาพ ฟิลเตอร์บางชนิดช่วยขับสีให้อิ่มขึ้น ตัดแสงสะท้อน หรือบางประเภทไม่ได้มีผลต่อสภาพแสง แต่มีไว้ช่วยปกป้องหน้าเลนส์

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com