หากต้องการฉากหลังพร่ามัวและเน้นที่ตัวบุคคล เพื่อให้ภาพถ่ายมีความน่าประทับใจ  ควรจะถ่ายภาพในแนวตั้ง โดยการวางลำตัวของบุคคลให้ขนานกับด้านยาวของภาพจะทำให้ฉากหลังได้รับการจัดวางอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่เรียบง่ายและชัดเจนได้อย่างง่าย การถ่ายภาพในแนวนอนก็เป็นแนวทางที่ดีหากต้องการให้มีฉากหลังด้วย แต่หากต้องการเน้นเฉพาะตัวบุคคลนั้นจะต้องถ่ายภาพในแนวตั้ง และสิ่งสำคัญก็คือมุมของแสง เพราะสามารถปรับผิวและเส้นผมให้มีความนุ่มนวลได้ด้วยการถ่ายโดยใช้แสงด้านหลัง หากต้องการให้ได้แสงด้านหลังที่สวยงามให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลากลางวันที่แสงแดดจัด และให้ถ่ายในช่วงบ่ายเมื่อแสงแดดอ่อนลง หรือในวันที่มีเมฆหากเป็นไปได้ แต่หากต้องการถ่ายภาพภายใต้แสงแดดจัดให้ลองหาวิธีทีให้แสงอ่อนลง

หากต้องการเพิ่มการตกแต่งที่ไม่เหมือนใครให้กับภาพถ่าย ให้ลองใช้ฟังก์ชันเอฟเฟกต์ภาพที่สามารถถ่ายภาพสไตล์เรโทรหรือภาพงานศิลปะ เช่น ภาพวาด ด้วยการใช้เอฟเฟกต์ภาพได้โดยไม่ต้องรีทัชบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งชนิดของเอฟเฟกต์ที่มีในเอฟเฟกต์ภาพจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรุ่นของกล้อง อย่างเช่น

1.ขาวดำความเปรียบต่างสูง จะช่วยให้ถ่ายภาพขาวดำที่มีความเปรียบต่างสูงได้ราวกับถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำ เหมาะที่สุดสำหรับการถ่ายทอดภาพท้องถนนให้ดูมีพลัง นอกจากนี้ ในสภาวะที่ภาพถ่ายสีดูไม่น่าประทับใจ เช่น ในวันฝนตกหรือมีเมฆ การใช้เอฟเฟกต์นี้จะเนรมิตให้ภาพถ่ายกลายเป็นงานศิลปะได้อีกด้วย

2.ภาพโทนสว่างนุ่มนวล ช่วยให้ถ่ายภาพที่นุ่มนวลและมีสีซีดพร้อมด้วยแสงเงาสีฟ้าเล็กน้อย เอฟเฟกต์นี้จะตกแต่งให้ภาพถ่ายดูสวยงามหรือเหมือนในความฝัน โดยไม่คำนึงถึงวัตถุสีบางส่วน จะสร้างภาพที่รักษาสีที่ต้องการไว้และแปลงสีอื่นๆ ให้กลายเป็นสีขาวดำ ด้วยการใช้เอฟเฟกต์นี้ให้กลายเป็นงานศิลปะอันทันสมัยได้ในทันที นอกจากนี้การใช้เอฟเฟกต์นี้กับดอกไม้หรือสิ่งของเล็กๆ ก็สร้างงานศิลปะที่น่าสนใจได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเอฟเฟกต์อื่นๆ อีกมากมายสำหรับการถ่ายฉากสบายๆ ในชีวิตประจำวัน

ช่างภาพกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ

ช่างภาพ หรือนักถ่ายภาพ คือ บุคคลที่มีความชำนาญในการถ่ายภาพโดยใช้กล้อง และอาจจัดได้ว่าเป็นศิลปิน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้สามารถจัดวางองค์ประกอบที่จะปรากฏในรูปภาพก่อนลงมือถ่าย คล้ายกับวิธีของศิลปินวาดภาพทั่วไป แต่เป็นศิลปินที่วาดภาพด้วยแสง หรือ อาจจะจัดเป็นเพียงแค่ช่างผู้มีความชำนาญเท่านั้น ในความเป็นจริงช่างภาพจำเป็นต้องเข้าใจ “แสง” และ “องค์ประกอบ” จึงจะสามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและสวยงามได้ ซึ่งจะเกี่ยวกับทฤษฎีของแสงในฟิสิกส์โดยตรง แต่ช่างภาพนำคุณสมบัติของแสงมาประยุกต์ใช้ให้เป็นศิลปะได้

อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ ได้แก่

  1. ช่างซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพผู้ที่สนใจอาชีพนี้ นอกจากจะมีความรู้ด้านการถ่ายภาพแล้ว ยังต้องมีการอบรมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และต้องติดตามหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เพราะเครื่องมือและอุปกรณ์ถ่ายภาพมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง
  2. พนักงานขายปลีกเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพเนื่องจากการถ่ายภาพเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสนใจ เพราะสามารถที่จะทำเป็นอาชีพ และงานอดิเรกได้ ดังนั้น จึงเกิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องและอุปกรณ์อย่างมากมาย ดังนั้น พนักงานขายอุปกรณ์เหล่านี้จะต้องรู้จักสิ่งที่ตนขาย และต้องมีความรู้ทั้งด้านกลไกและระบบการทำงานของอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นอย่างดี และต้องติดตามความก้าวหน้าของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ออกมาใหม่อย่างสม่ำเสมอ
  3. พนักงานประจำห้องแล็ปถ่ายภาพในการล้างอัดภาพถ่ายจะต้องมีพนักงานเทคนิคที่มีความรู้ควบคุมการทำงานในห้องแล็ป หรือเครื่องมือล้างอัด
  4. เจ้าของร้านอัดภาพดิจิตอลสำหรับอาชีพนี้ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดก็คือ งบประมาณที่จะใช้ในการลงทุนทำกิจการ และจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้คือ มีความสนใจ ชอบ เทคโนโลยี ใหม่ ชอบการเรียนรู้ นอกจากนี้จะต้องไม่ยึดติดว่า ร้านอัดภาพ ต้องอัดภาพอย่างเดียว ถ้ามีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงาน หรือรับงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดิจิตอลสามารถ Print ออกมาได้ นั่น คือ กำไรที่มากกว่า ราคาค่าอัดภาพ
  5. เจ้าของกิจการWeb บริการล้างอัดภาพออนไลน์ อาชีพนี้ให้บริการล้างอัดภาพดิจิตอลผ่านเว็บไซต์ ให้ความสะดวกสบาย และการประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกค้าเป็นหลัก เป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาที่ร้าน ลูกค้าก็จะได้รับรูปที่อยู่ที่ได้ระบุในการจัดส่งทุกที่ทั่วประเทศภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

Picture-1รูรับแสง คือปัจจัยหนึ่งที่ใช้ในการควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้าสู่กล้อง มันถูกติดตั้งอยู่ที่ตัวเลนส์โดยมีลักษณะที่สามารถย่อให้เล็กหรือขยายให้ใหญ่ได้จากการควบคุมของผู้ถ่ายภาพผ่านกลไกการทำงานของกล้องและเลนส์ โดยหน้าที่ของมันคือการควบคุมปริมาณแสงที่จะเดินทางผ่านเลนส์ ยิ่งรูรับแสงมีขนาดใหญ่มากแสงก็จะยิ่งผ่านได้มาก ในทางกลับกันถ้ารูรับแสงมีขนาดที่เล็กลงแสงก็จะเดินทางผ่านเข้าไปได้น้อยด้วย ซึ่งลักษณะในการควบคุมปริมาณแสงนี้จะมีความสำคัญต่อการถ่ายภาพที่ต้องใช้แสงในการบันทึกภาพ หากแสงมีปริมาณน้อยเกินไปภาพก็จะมืด แต่ถ้าแสงมีปริมาณมากเกินไปภาพก็จะสว่าง และสำหรับในกล้องถ่ายภาพยุคปัจจุบันรูรับแสงจะถูกควบคุมด้วยกลไกอัตโนมัติทางอิเล็คทรอนิกส์ ผู้ถ่ายภาพกำหนดค่ารูรับแสงเอาไว้ เมื่อกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ กล้องจะสั่งบีบรูรับแสงลงมาเฉพาะในเวลาที่ถ่ายภาพเท่านั้น ส่วนในเวลาปกติรูรับแสงจะถูกเปิดเอาไว้ที่ขนาดกว้างสุดของเลนส์ตัวนั้นเสมอ

ซึ่งกล้องส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์บังคับให้แสงผ่านเลนส์มากหรือน้อยโดยใช้แผ่นกลีบโลหะซึ่งติดตั้งอยู่ในตัวเลนส์เป็นการกำหนดปริมาณแสงผ่านเลนส์ได้มากหรือน้อย โดยวิธีเปิดรูเล็กสุด เช่น f/22 และค่อยๆใหญ่ขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเปิดเต็มที่ เช่น f/1.4 แต่ขนาดเปิดเต็มที่จะขึ้นกับขนาดชิ้นเลนส์ด้วย เลนส์ราคาสูงที่มีเลนส์ชิ้นหน้าขนาดใหญ่จะรับแสงได้มากกว่า ซึ่งหมายถึงเปิดรูรับแสงเต็มที่ได้กว้างกว่า เช่น f/1.2 สำหรับการถ่ายภาพจะเลือกใช้ขนาดรูรับแสงใด โดยทั่วไปจะพิจารณาจากสภาพแสง ถ้าแสงมากมักจะใช้ขนาดรูรับแสงเล็ก เช่น f/11 ถ้าแสงน้อยมักจะใช้ขนาดรูรับแสงใหญ่ เช่น f/2 เป็นต้น

การเลือกใช้หน้ากล้องเท่าใดนั้นจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ถ่ายภาพ หากต้องการให้ภาพชัดทั่วทั้งภาพก็ต้องใช้หน้ากล้องแคบๆ เหมือนกับการถ่ายภาพวิวส์ทิวทัศน์ แต่ในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะใช้ขนาดหน้ากล้องที่แคบมากๆได้เพราะสภาพแสงไม่เอื้ออำนวย หากเราลดขนาดหน้ากล้องลงจนแคบมาก แสงก็จะเข้ากล้องได้น้อยเราจึงต้องลดสปีดลง บางครั้งลดลงจนต่ำกว่าความเร็วที่เราถ่ายภาพได้ด้วยมือ ดังนั้นจึงต้องใช้ขาตั้งกล้อง แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าวัตถุที่เราต้องการจะถ่ายจะต้องหยุดนิ่ง ถ้าหากถ่ายต้นไม้ดอกไม้ที่เคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลาเพราะแรงลม ดังนั้นเราจึงต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น มีผลทำให้ขนาดหน้ากล้องต้องปรับเพิ่มขึ้นตามจนไม่แคบเท่าที่ใจเราต้องการ

การเซลฟี่ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดถ้าอยากให้ภาพที่เราถ่ายออกมาสวยสมใจ บางครั้งกล้องราคาแพงหรือชุดอุปกรณ์สุดหรูก็ช่วยอะไรไม่ได้ หากปราศจากเทคนิคการถ่ายภาพที่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อให้สามารถถ่ายภาพได้สวยยิ่งขึ้นจึงมีเทคนิคการถ่ายภาพสวยๆด้วยกันดังนี้

– เลือกกล้องที่ใช่ เพราะการเซลฟี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่กล้องหน้ามือถือเท่านั้น แต่กล้องหลังที่ชัดกว่าก็ทำได้ และกล้องดิจิตอลโดยเฉพาะก็ทำได้ ซึ่งปัจจุบันมีกล้องดิจิตอลหลายยี่ห้อที่มีคุณสมบัติเด่นแข่งขันกับสมาร์ทโฟน

– ขาเซลฟี่ เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นที่เหมาะกับคนที่ต้องการภาพที่คมชัด โดยขาตั้งกล้องเซลฟี่ก็เหมือนกันขาตั้งกล้องตัวเล็กๆ ที่สามารถตั้งกล้องดิจิตอลหรือหนีบสมาร์ทโฟนได้ แต่การใช้ขาเซลฟี่นั้นจะค่อนข้างเสียเวลาในการจัดเตรียมจึงเหมาะกับการใช้ถ่ายภาพอย่างตั้งใจ เช่น การถ่ายภาพหมู่ แต่ก็เป็นวิธีการที่จะได้ภาพเซลฟี่ที่ได้มุมมองกว้างขวางและคมชัดที่สุด

– การฝึกมุมถ่าย เป็นขั้นตอนแรกของการถ่ายรูปเซลฟี่สวย โดยจะต้องหามุมของตนเองให้เจอ ลองซ้อมมือด้วยการถ่ายเล่นซ้ำหลายๆ ครั้งหลายๆ มุม และอาจใช้มือเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มความน่าสนใจให้กับรูปภาพ โดยปกติแล้วการถ่ายภาพเซลฟี่จะดูดีกว่าเมื่อยกกล้องขึ้นสูงจากระดับสายตาเล็กน้อย และควรหลีกเลี่ยงการจับกล้องให้เลนส์เงยขึ้น เพราะจะทำให้หน้าดูบาน

– การใช้แสง ก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ภาพเซลฟี่นั้นเด่นขึ้น โดยเฉพาะแสงไฟในเวลากลางคืน ดังนั้นถ้าอยากได้ภาพเซลฟี่แบบสวยถูกใจก็หันหน้าเข้าหาแสงไว้ก่อน นอกจากแสงที่ให้ความสว่างแก่ใบหน้าของผู้ถ่ายแล้ว แสงยังมีประโยชน์ในเรื่องของความสวยบนดวงตาอีกด้วย

– ใช้ไม้เซลฟี่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ยอดฮิตที่ต้องมีติดตัวไว้เมื่อออกไปเที่ยว ยิ่งไปกันเป็นหมู่คณะแล้วอยากเซลฟี่กับสถานที่สวยๆ ไม้เซลฟี่จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ยืดมุมกล้องออกไปได้ไกลขึ้น วิธีการใช้ไม้เซลฟี่แค่หนีบกล้องที่ปลายไม้ เชื่อมต่อรีโมทเซลฟี่กับกล้องและดึงไม้เพื่อใช้ถ่ายภาพตามระยะที่ต้องการ ที่สำคัญที่สุดจะต้องคำนึงถึงการพับเก็บให้เล็กที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการพกพา

ดังนั้น ผู้ที่ชื่นชอบในการถ่ายภาพควรจะทราบถึงเทคนิคต่างๆที่กล่าวมา เพื่อให้การถ่ายเซลฟี่นั้นดูดีและสวยงามมากยิ่งขึ้น

Zebras-in-Sunset-Beautiful-LAndscape-Photography-Wallpaper
การถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape) เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของการถ่ายภาพ ซึ่งในการจะถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้ออกมาสวยงามไม่ได้มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อน แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งอาจมองได้หลายมุม บ้างว่าต้องแสงสวย บ้างเน้นที่การจัดวางองค์ประกอบของภาพ บางคนว่าต้องมีอารมณ์อยู่ในนั้น บางความเห็นว่าต้องเป็นภาพที่มีความลึก สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ภาพวิวทิวทัศน์ภาพนั้นๆมีคุณค่ามีความหมาย ภาพๆนั้นจะต้องสามารถแสดงความเป็นเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้มาที่สุด และเงื่อนไขอันจำเป็นที่จะเอื้อให้เกิดภาพอย่างที่ว่ามานั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลา

หลักการถ่ายภาพทิวทัศน์ ควรถ่ายขณะที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะได้ภาพสวยงามชัดเจน ถ้าอากาศมืดครึ้มหรือฝนตก ภาพที่ได้จะมีสีทึบ ขาดรายละเอียด ควรต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบที่ช่วยสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นพยายามเลือก มุมกล้องที่แปลกตา คอยจังหวะให้มีลักษณะแสงสีที่สวยงาม ช่องรับแสงให้แคบเพื่อช่วยให้ภาพมีความคมและชัดลึกตลอด แม้บางครั้งจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สำหรับเลนส์ที่ใช้ในการถ่ายภาพทิวทัศน์ นอกจากเลนส์ธรรมดาติดกล้องแล้ว ควรมีเลนส์มุมกว้าง การถ่ายภาพทิวทัศน์ทั่วไปนั้นคุณต้องการให้องค์ประกอบทั้งหมดในภาพทั้งใกล้และไกล มีความคมชัดพอสมควร ดังนั้นคุณควรใช้รูรับแสงเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการเพิ่มมุมมองภาพเพื่อให้กล้องสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์ได้มากที่สุด ดังนั้นให้เลือกใช้เลนส์มุมกว้างที่มีทางยาวโฟกัสสั้นจะได้ภาพถ่ายที่ดีกว่า โดยให้คำนึงถึงความสมดุลของแสง หากคุณใช้รูรับแสงแคบเพื่อเพิ่มระยะชัดลึกของภาพ คุณต้องลดความไวชัตเตอร์ลงเพื่อชดเชย ดังนั้นแนะนำให้คุณใช้ขาตั้งกล้องเพื่อป้องกันการพร่ามัวที่เกิดจากการสั่นไหวของตัวกล้องเมื่อคุณเปิดรับแสงเป็นเวลานาน

องค์ประกอบของการถ่ายภาพ Landscape

1.การต้องใช้แสงต่างๆจะทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆในรูปภาพ ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์จำเป็นอย่างมากในการเลือกช่วงเวลาถ่าย เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้แสงต่างกัน
2.ต้องหัดใช้ขาตั้งกล้อง แม้วิวจะสวยงามขนาดไหนแต่ถ่ายภาพออกมาไม่ชัดก็ทำให้เสียความรู้สึก หากไม่มั่นใจว่ามือหนึ่งก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
3.ให้เวลากับสถานที่ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้สำรวจว่าจุดเด่นของสถานที่นั้นอยู่ตรงไหน แสงเข้าทางไหน จะจัดองค์ประกอบอย่างไร
4.ช่องรับแสง โฟกัส ควรใช้ช่องรับแสงกว้าง ระหว่าง f/1.4 – f/4 จะทำให้มีช่วงความชัดเกิดขึ้นน้อย
5.การใช้แฟลช ช่วยทำให้ใบหน้ามีความสว่างขึ้น และใช้ในกรณีถ่ายภาพย้อนแสงได้ด้วย

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com