Zebras-in-Sunset-Beautiful-LAndscape-Photography-Wallpaper
การถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape) เป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของการถ่ายภาพ ซึ่งในการจะถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ให้ออกมาสวยงามไม่ได้มีเทคนิคอะไรที่ซับซ้อน แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งอาจมองได้หลายมุม บ้างว่าต้องแสงสวย บ้างเน้นที่การจัดวางองค์ประกอบของภาพ บางคนว่าต้องมีอารมณ์อยู่ในนั้น บางความเห็นว่าต้องเป็นภาพที่มีความลึก สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ภาพวิวทิวทัศน์ภาพนั้นๆมีคุณค่ามีความหมาย ภาพๆนั้นจะต้องสามารถแสดงความเป็นเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของสถานที่นั้นๆออกมาให้ได้มาที่สุด และเงื่อนไขอันจำเป็นที่จะเอื้อให้เกิดภาพอย่างที่ว่ามานั้นก็ขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลา

หลักการถ่ายภาพทิวทัศน์ ควรถ่ายขณะที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะได้ภาพสวยงามชัดเจน ถ้าอากาศมืดครึ้มหรือฝนตก ภาพที่ได้จะมีสีทึบ ขาดรายละเอียด ควรต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบที่ช่วยสร้างเรื่องราวให้เกิดขึ้นพยายามเลือก มุมกล้องที่แปลกตา คอยจังหวะให้มีลักษณะแสงสีที่สวยงาม ช่องรับแสงให้แคบเพื่อช่วยให้ภาพมีความคมและชัดลึกตลอด แม้บางครั้งจะต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำ สำหรับเลนส์ที่ใช้ในการถ่ายภาพทิวทัศน์ นอกจากเลนส์ธรรมดาติดกล้องแล้ว ควรมีเลนส์มุมกว้าง การถ่ายภาพทิวทัศน์ทั่วไปนั้นคุณต้องการให้องค์ประกอบทั้งหมดในภาพทั้งใกล้และไกล มีความคมชัดพอสมควร ดังนั้นคุณควรใช้รูรับแสงเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้คุณยังอาจต้องการเพิ่มมุมมองภาพเพื่อให้กล้องสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์ได้มากที่สุด ดังนั้นให้เลือกใช้เลนส์มุมกว้างที่มีทางยาวโฟกัสสั้นจะได้ภาพถ่ายที่ดีกว่า โดยให้คำนึงถึงความสมดุลของแสง หากคุณใช้รูรับแสงแคบเพื่อเพิ่มระยะชัดลึกของภาพ คุณต้องลดความไวชัตเตอร์ลงเพื่อชดเชย ดังนั้นแนะนำให้คุณใช้ขาตั้งกล้องเพื่อป้องกันการพร่ามัวที่เกิดจากการสั่นไหวของตัวกล้องเมื่อคุณเปิดรับแสงเป็นเวลานาน

องค์ประกอบของการถ่ายภาพ Landscape

1.การต้องใช้แสงต่างๆจะทำให้เกิดอารมณ์ต่างๆในรูปภาพ ในการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์จำเป็นอย่างมากในการเลือกช่วงเวลาถ่าย เพราะแต่ละช่วงเวลาจะให้แสงต่างกัน
2.ต้องหัดใช้ขาตั้งกล้อง แม้วิวจะสวยงามขนาดไหนแต่ถ่ายภาพออกมาไม่ชัดก็ทำให้เสียความรู้สึก หากไม่มั่นใจว่ามือหนึ่งก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง
3.ให้เวลากับสถานที่ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้สำรวจว่าจุดเด่นของสถานที่นั้นอยู่ตรงไหน แสงเข้าทางไหน จะจัดองค์ประกอบอย่างไร
4.ช่องรับแสง โฟกัส ควรใช้ช่องรับแสงกว้าง ระหว่าง f/1.4 – f/4 จะทำให้มีช่วงความชัดเกิดขึ้นน้อย
5.การใช้แฟลช ช่วยทำให้ใบหน้ามีความสว่างขึ้น และใช้ในกรณีถ่ายภาพย้อนแสงได้ด้วย

หลายคนเกิดความสงสัยว่า ทำไมถึงต้องจ้างช่างภาพ ในเมื่อคนเราก็สามารถถ่ายภาพเองได้ เพียงแค่มีมือถือ ไอแพด ก็สามารถถ่ายภาพได้แล้ว อีกทั้งกล้องมือถือยังมีความละเอียดคมชัดอีกด้วย แต่หารู้ไม่ว่ากล้องโทรศัพท์ เมื่อถ่ายมาความละเอียดภาพจะค่อนข้างต่ำ เอาภาพไปขยายไม่ได้ มี Noise ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากประสิทธิภาพพอๆ กับกล้องคอมแพคหรือน้อยกว่า เพียงแต่มีลูกเล่นในการแต่งภาพแบบทันใจเท่านั้น และแน่นอนกว่ากล้องมือถือหรือกล้องคอมแพคแทบจะถ่ายในที่แสงน้อยไม่ได้เลย ดังนั้น เมื่อเจอสภาพแสงน้อยก็ไม่ต่างกับกล้องคอมแพค ซึ่งการจ้างช่างภาพนั้นทำให้คุณจะได้ภาพที่สวยที่สุด มีชีวิตชีวาที่สุดในช่วงเวลานั้น เก็บไว้เป็นความทรงจำ และควรแบ่งปันความทรงจำนั้นให้คนรอบข้าง ด้วยการล้างอัดรูปส่งให้ชมกัน นอกจากนี้ยังมีเหตุผลดีๆมากมายหลายข้อ ดังนี้

1.ประสบการณ์ ช่างภาพที่มีประสบการณ์ในการถ่ายภาพ จะทราบดีว่า ควรถ่ายในช่วงไหนที่สำคัญ ลำดับภาพของงานอย่างไร สามารถรับมือกับปัญหาได้ เช่นสถานที่มืดควรถ่ายอย่างไร

2.อุปกรณ์ที่พร้อม ช่างภาพจะมีแบต และเลนส์มากกว่า 1 หรือมีอุปกรณ์ในการถ่ายย้อนแสง รวมทั้งแบตสำรองที่พร้อมมากกว่า 2 ก้อน  นั่นแสดงว่าแบตจะมีพร้อมตลอดเวลาในขณะถ่ายงาน นอกจากนี้ยังมีการ์ดหน่วยความจำที่มากกว่า 1การ์ด ทำให้คุณไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ

ความพร้อมของช่างภาพ :ช่างภาพจะมักจะมาก่อนงานเริ่มเสมอ และจะถ่ายรันทามได้ตลอดจนจบงาน โดยไม่มีพัก หรือวิ่งเข้าห้องน้ำ เพราะเตรียมพร้อมมาแล้ว จะมุ่งเน้นเก็บงานให้ได้ดีที่สุด

4.การปรับแต่งภาพ ช่างภาพที่มีประสบการณ์การแต่งภาพมานาน จะมีการคัด การปรับแต่งแสง มีการเล่นโทนสี ตามแนวของตนเอง ซึ่งช่างภาพแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน เพราะไม่มีช่างภาพคนใดสามารถถ่ายภาพออกมาได้เป๊ะทุกรูป

5.ราคา ช่างภาพแต่ละท่านจะมีราคาเป็นมาตรฐานของตัวเอง ช่างภาพที่ดีต้องถ่ายภาพให้ได้ตามราคา เพื่อผลงานที่ดีมอบแก่ลูกค้า

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะจ้างช่างควรดูผลงานให้ละเอียด เพื่อให้การถ่ายภาพที่อาจเป็นครั้งเดียวในชีวิต ให้ออกมาสวยงาม และคุ้มค่าที่สุด

7

ทุกวันนี้การถ่ายรูปอาหารกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปอาหารเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือ ถ่ายรูปอาหารเพื่อลงในสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น facebook, twitter หรืออื่นๆก็ตาม แต่ไม่ทราบว่าเพื่อนๆเจอปัญหาแบบผมหรือปล่าว คือ เมื่อเราใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปอาหาร รูปที่ได้กลับไม่ได้ดั่งใจที่เราต้องการสื่อออกไป เพื่อกล้องในโทรศัพท์มือถือนั้นไม่สามารถถ่ายรูปได้ตามที่เราต้องการได้ และบางครั้ง (ส่วนใหญ่) แสงในร้านอาหารก็น้อยเกินไป ภาพที่ได้จากกล้องมือถือก็เต็มไปด้วยน๊อยซ์ อาหารสวยๆก็ไม่สวยดั่งใจ เรามาลองดูเทคนิคการถ่ายรูปอาหารให้ได้ดั่งใจกันนะครับ

อุปกรณ์ในการถ่ายรูปอาหารข้อนี้สำคัญมาก เพราะหากคุณต้องการถ่ายภาพอาหารให้ได้รวดเร็วและไม่เป็นที่รบกวนลูกค้าอื่นๆในร้าน คุณควรจะหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช และการใช้ขาตั้งกล้องนั้นไม่ต้องไปนึกถึงมัน เพราะมันจะดูเอิกเกริกจนเกินไป เพราะฉะนั้นกล้องและเลนส์ดีๆ ที่สามารถถ่ายรูปในสภาพแสงน้อยได้ดี ก็เป็นตัวเลือกที่ควรจะต้องพิจารณาครับ ถ้าคุณพอจะมีงบประมาณ ลองดูกล้อง Canon EOS 600D, Nikon D3100 และเลนส์ที่ควรใช้ก็ควรเป็นเลนส์ฟิกซ์ เช่น 50 หรือ 35 มม. เป็นต้น เพราะเลนส์เหล่านี้สามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้เป็นอย่างดีครับ หรือ หากคุณไม่ชอบกล้องใหญ่ จะใช้กล้อง Canon G12, Panasonic G2 หรือ Sony Nex 5 ก็ใช้ได้เช่นกันครับ

ก่อนจะออกไปถ่ายรูปตามร้านอาหาร ขอให้เพื่อนๆลองฝึกหัดถ่ายรูปอาหารที่บ้านก่อน โดยหลีกเลี่ยงการใช้แฟลช และทำความคุ้นเคยกับเลนส์ฟิกซ์ โดยพยายามใช้ ISO ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยที่ยังได้ความเร็วชัตเตอร์ที่ยังสูงพอที่ใช้มือประคองกล้องถ่ายได้ เมื่อคุณคุ้นเคยกับการใช้งานอุปกรณ์แล้ว เมื่อไปถ่ายรูปอาหารที่ร้านอาหารจริงๆก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่เป็นที่รำคาญแก่ลูกค้าท่านอื่นๆในร้าน ส่วนการจัดองค์ประกอบภาพนั้น ให้ลองหาดูตัวอย่างจากนิตยสารหรืออินเตอร์เน็ท ดูเยอะๆแล้วดัดแปลงมาใช้เป็นแนวของตนเอง ลองคิดไว้ก่อนว่าคุณจะถ่ายรูปอาหารอะไร หากต้องการถ่ายมากกว่า 1 อย่าง ควรจะชวนเพื่อนไปด้วยกัน จะได้สั่งอาหารมาถ่ายรูปได้เยอะๆ และควรวางแผนไปถ่ายรูปอาหารในช่วงเวลาที่ร้านอาหารเพิ่งจะเปิดเช่น ช่วงเช้าตอนที่ลูกค้ายังไม่เยอะมาก เพื่อให้คุณสามารถถ่ายรูปได้อย่างไม่เคอะเขิน และไม่เป็นจุดสนใจมากนัก

16

ในปัจจุบันผู้คนสามารถเข้าถึงเครื่องมือทางด้านภาพถ่ายได้อย่างง่ายดาย ด้วยราคาอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ลดต่ำลงมา รวมกับความง่ายต่อการใช้งาน ทำให้คุณสามารถเป็นเจ้าของกล้องถ่ายภาพได้ไม่ยากนัก และในการถ่ายภาพนั้น หมวดการถ่ายภาพที่เป็นที่นิยมมากที่สุดอันหนึ่งนั่นคือ การเป็นช่างภาพกีฬา นอกจากจะทำให้ช่างภาพได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ใกล้นักกีฬา (ที่อาจชื่นชอบแล้ว) ยังสามารถต่อยอดนำภาพถ่ายเหล่านั้นไปขายสร้างเป็นอาชีพได้เลยทีเดียว และถ้าหากคุณสนใจในการเป็นช่างภาพกีฬาแล้วล่ะก็ ลองนำคำแนะนำ 6 ขั้นตอนนี้ไปปฏิบัติ ไม่แน่ว่าคุณอาจกลายเป็นช่างภาพกีฬามืออาชีพในอนาคตก็เป็นได้ รักกีฬาจงเริ่มจากความรักในกีฬานั้นๆ บางทีคุณอาจชอบไปสนามฟุตบอลเพียงเพราะต้องการดูพริตตี้ แค่ความต้องการเท่านี้ยังไม่เพียงพอ คุณต้องรักในกีฬาประเภทนั้น เช่นคุณอาจหลงใหลในกีฬาฟุตบอล หรือเป็นนักกีฬาประเภทนั้นๆด้วย ลองตอบคำถามในใจของตนเองว่ากีฬาใดคือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุด

เตรียมพร้อมสร้างความทะเยอทะยานขั้นตอนต่อมาคือ ให้ลองมองหาช่างภาพกีฬาที่เป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายภาพของคุณ คุณอาจลองค้นหาใน Google เพื่อหาช่างภาพกีฬาชั้นแนวหน้าของเมืองไทยหรือของโลก ดูว่าพวกขำทำอะไร อย่างไร และมีรายได้มาจากอะไร บางทีความทะเยอทะยานของคุณอาจจะเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าช่างภาพกีฬาแต่ละคน สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนได้มากกว่า 1 ล้านบาท! ก็เป็นได้พัฒนาภาพถ่ายการแข่งขันกีฬาในทุกเกมส์การแข่งขันเมื่อคุณเลือกนักกีฬาได้แล้ว ส่วนต่อไปคือจงออกไปถ่ายภาพกีฬาในทุกการแข่งขัน มันอาจเป็นรายการเล็กๆแถวๆบ้านหรือที่โรงเรียนของคุณ หรือการแข่งขันในระดับชาติ ขอให้คุณไปทุกการแข่งขัน และถ่ายภาพให้มากที่สุด มีคนกล่าวว่า หากต้องการเป็นช่างภาพมืออาชีพโปรดถ่ายภาพให้ได้อย่างน้อย 20,000 ภาพขึ้นไป ขอให้คุณทำตามนั้น มุ่งมั่นถ่ายภาพให้ได้มากที่สุดลองขายมันข้อนี้ถือเป็นจุดเด่น ผมแนะนำว่าถ้าคุณมีภาพข่าวกีฬา หรือภาพกีฬาสวยๆสัก 200 ภาพขึ้นไป ลองสมัครเป็นสมาชิกเว็บขายภาพอาทิ shutterstock.comแล้วคุณจะรู้ว่าภาพถ่ายของคุณสามารถแปรเปลี่ยนกับมาเป็นเงินเข้ากระเป๋าคุณได้ ที่นี่มีคนขายภาพกีฬาได้เดือนละ หลายล้านบาทีเชียวเป็นอย่างไรบ้างครับ 6 ขั้นตอนนี้ผมเชื่อมั่นว่าคุณสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน และหากคุณทำมันอย่างจริงจังต่อเนื่อง คุณก็อาจจะเป็นหนึ่งในช่างภาพกีฬามืออาชีพชั้นแนวหน้าของเมืองไทยก็เป็นได้

16

ช่างภาพอาชีพมักจะได้รับการร้องขอภาพเพื่อใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นประจำ ในโลกอุดมคติช่างภาพทั้งหลายอยากที่จะตอบรับ และต้องการที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกับโครงการที่เกี่ยวข้องการการศึกษา, โครงการเพื่อสังคม หรือ โครงการเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ในหลายๆ กรณีพวกเราอยากจะมีเวลา และกำลังสนับสนุนที่จะช่วยเหลือกิจกรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่ มากกว่าแค่การให้ใช้รูปถ่ายเสียด้วยซ้ำ แต่ในความเป็นจริง บางครั้งพวกเราก็ไม่สามารถที่จะแม้แต่ตอบกลับคำขอเหล่านั้น และในบางทีการตอบกลับก็ทำได้เพียงข้อความสั้นๆ ซึ่งอาจจะไม่สามารถสื่อถึงสิ่งที่เราต้องการบอกได้ครบถ้วนเต็มที่

แม้ สถานการณ์ในแต่ละครั้งจะแตกต่างกัน แต่โดยมากแล้วสิ่งที่ช่างภาพต้องการสื่อสารมักจะคล้ายๆ กัน ดังนั้นเราจึงพยายามที่จะแสดงให้เห็นสิ่งที่พวกเราต้องการสื่อสาร ผ่านข้อความด้านล่าง เพื่อความเข้าใจที่ดีขึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดในการสื่อสาร ระหว่างช่างภาพ และผู้สนใจใช้ภาพ กรุณาเปิดใจกว้างรับสารที่พวกเราพยายามจะสื่อ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังจากที่ท่านได้อ่านข้อความด้านล่างแล้ว ท่านจะเข้าใจเรามากขึ้น และกลับมาคุยกับเราอีกครั้ง เพื่อสร้างการทำงานที่เกิดผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เราหาเลี้ยงชีพด้วยการขายภาพ การสร้างสรรค์ภาพถ่ายเป็นการทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพของพวกเรา ถ้าพวกเรามอบภาพถ่ายให้โดยไม่คิดมูลค่า หรือทุ่มเวลาอธิบายตอบกลับการขอใช้ภาพถ่ายฟรีๆ มากเกินไป พวกเราคงไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้

พวกเราให้ภาพถ่าย เพื่อสนับสนุนโครงการที่เหมาะสมเหมือนกันช่าง ภาพส่วนใหญ่สนับสนุนภาพถ่ายเพื่อช่วยเหลือกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา ในหลายๆ กรณี พวกเราไม่ได้เพียงแค่สนับสนุนภาพถ่ายอย่างเดียว แต่พวกเรายังเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการนั้นๆ อีกด้วย บางครั้งเราเข้าไปโดยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับคนทำงานหลักของโครงการ หรือเป็นผู้ร่วมผลักดันโครงการนั้นๆ เอง อีกนัยหนึ่งคือ พวกเราช่างภาพก็มีการให้ใช้ภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในบางกรณี เช่นกันพวกเรามีเวลาจำกัดการตอบรับการสนับสนุนภาพถ่ายให้โครงการที่เราเลือก พร้อมกับการตอบกลับ อธิบายเหตุผลให้ทุกคนที่ขอใช้ภาพถ่ายไปพร้อมๆ กัน ในความเป็นจริงแล้วมันทำได้ยากมาก การตอบกลับการร้องขอ, แลกเปลี่ยนรายละเอียดโครงการ, เตรียมภาพและส่ง file ให้ และติดตามผลว่าภาพของเราถูกใช้อย่างไร ตรงกับความตั้งใจของเราหรือไม่ ทั้งหมดที่ว่ามานี้ต้องใช้เวลามาก และบางครั้งเราไม่มีเวลาเพียงพอ

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com